Hybrid Training คืออะไร? เป็นกีฬาหรือการออกกำลังกาย ควรฝึกฝนอย่างไร?
สำหรับสายสุขภาพ ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายหรือชอบการทดลองอะไรใหม่ ๆ อาจจะเคยได้ยินชื่อกีฬา ‘Hybrid Training’ กันมาบ้างแล้ว ซึ่ง Hybrid Training เป็นกีฬาที่กำลังเป็นกระแสนิยมไปทั่วโลก ด้วยรูปแบบการออกกำลังกายที่ท้าทายเหล่าคนรักสุขภาพสายฟิตเนสเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นการผสมผสานการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน จึงทำให้กีฬา Hybrid Training เป็นกีฬาที่ทำให้หลายคนรู้สึกเลือดสูบฉีดไม่น้อยเลยทีเดียว
Hybrid Training เป็น “กีฬา” หรือแค่การออกกำลังกาย?รูปแบบการแข่งขันเป็นอย่างไร
กีฬา Hybrid Training เหมาะกับใคร?
วิธีเตรียมตัวและฝึกซ้อมสำหรับเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา Hybrid Training
การวัดผลการฝึกซ้อมด้วย Smart Watch
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกีฬา Hybrid Training
Hybrid Training คืออะไร?
Hybrid Training คือ กีฬาที่นำการออกกำลังกายแบบ Functional Training มาผสมผสานกับการวิ่ง โดยจะมีการกำหนดสถานีออกกำลังกายเอาไว้ตามระยะต่าง ๆ รูปแบบการเล่นจึงจะเป็นการวิ่งสลับไปมากับการออกกำลังกายแบบ Fucntional ผู้เล่นจึงจะได้ฝึกทั้งความแข็งแรง สมรรถภาพร่างกาย ความอดทนและความเร็วในการวิ่ง
โดยกีฬา Hybrid Training ได้ถือกำเนิดมาในประเทศเยอรมนี ปี 2017 ซึ่งมี Christian Toetzke และ Moritz Furste เป็นผู้ริเริ่ม ด้วยแนวคิดที่ว่าต้องการให้กีฬาในฟิตเนสเข้าถึงคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น ทั้งนักกีฬามืออาชีพและมือใหม่ก็สามารถเข้าร่วมได้ ทำให้กีฬา Hybrid Training นั้นขยายความนิยมไปทั่วโลก
Hybrid Training เป็น “กีฬา” หรือแค่การออกกำลังกาย?

Hybrid Training ถูกจัดเป็น ‘กีฬา’ เนื่องจากมีการกำหนดมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก และมีการแข่งขัน Hybrid Training World Championships ที่ถูกจัดขึ้นในหลากหลายประเทศ ซึ่งเปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่มีความสนใจในกีฬา Hybrid Training ได้เข้าทดสอบคัดเลือกก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับโลก จึงทำให้ Hybrid Training เป็นกีฬาสำหรับทุกคน (A Sport for Everybody) อย่างแท้จริง
รูปแบบการแข่งขัน Hybrid Training เป็นอย่างไร

รูปแบบการแข่งขันกีฬา Hybrid Training คือจะเป็นการวิ่งสลับกับ Functional Workouts โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องวิ่งทั้งหมด 8 รอบ รอบละ 1 กิโลเมตร และในระหว่างการวิ่งก็จะมีฐานออกกำลังกายที่ใช้อุปกรณ์และทักษะที่แตกต่างกัน ดังนี้
- เครื่องออกกำลังกายสกีจำลอง (SkiErg)
- การผลักเสลด (Sled Push)
- การดึงเสลด (Sled Pull)
- เบอร์พีและกระโดดไกล (Burpee Broad Jump)
- เครื่องพาย (Rowing)
- การเดินถือสิ่งของที่มีน้ำหนัก (Farmer’s Carry)
- การออกกำลังกายท่าถีบขาสลับ (Sandbag Lunges)
- การโยนลูกบอลใส่กำแพง (Wall Balls)
กีฬา Hybrid Training เหมาะกับใคร?

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า กีฬา Hybrid Training นั้นถูกสร้างมาด้วยแนวคิด A Sport for Everybody ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา Hybrid Training นี้ได้ ทั้งมือใหม่ หรือผู้ที่เล่นฟิตเนสเป็นประจำอยู่แล้ว หากผ่านการคัดเลือกด้านสมรรถภาพร่างกาย เนื่องจากการแข่งขัน Hybrid Training นั้นค่อนข้างใช้สมรรถภาพร่างกายค่อนข้างสูง ด้วยเหตุนี้หากร่างกายพร้อม แม้จะไม่ใช่นักกีฬามืออาชีพก็สามารถเข้าร่วมได้ และทุกคนสามารถผ่านเข้าเส้นชัยได้ เพียงแค่ใช้เวลาแตกต่างกันเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากสนใจเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา Hybrid Training มีสิ่งที่ต้องพิจารณา ดังนี้
- ความพร้อมของสุขภาพร่างกาย
- สมรรถภาพร่างกาย
- สุขภาพโดยพื้นฐาน โดยเฉพาะสุขภาพเกี่ยวกับหัวใจและะปอด
วิธีเตรียมตัวและฝึกซ้อมสำหรับเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา Hybrid Training

หากเริ่มสนใจในกีฬา Hybrid Training แล้ว และต้องการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา Hybrid Training แนะนำให้ฝึกซ้อมและเตรียมร่างกายให้แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกวิ่งแบบ Endurance หรือค่อย ๆ ปรับเพิ่มสมรรถภาพร่างกายทั้งด้านการวิ่ง และการออกกำลังกายแบบ Functional Training โดยสามารถทำตามโปรแกรมฝึกได้ดังนี้
การฝึกสมรรถภาพการวิ่ง
- วิ่งระยะกลาง 3-5 กิโลเมตร
- วิ่งช่วงสั้น (Interval Training)
- เพิ่มความอดทนด้วยการวิ่งระยะยาว
การฝึกออกกำลังกายแบบ Functional
- ออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวพื้นฐาน
- ฝึกการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อ
ทั้งนี้ ควรฝึกการออกกำลังกายพร้อมกับอุปกรณ์และเครื่องมือร่วมด้วย โดยในกีฬา Hybrid Training จะมีการใช้อุปกรณ์เฉพาะ ดังนี้
- เสลด (Sled)
- ลูกบอล (Wall Ball)
- SkiErgs
โดยบางอุปกรณ์สามารถซื้อมาฝึกที่บ้านได้ หรือต้องไปฝึกที่ยิมเท่านั้น อาจจะแบ่งตารางการฝึกที่บ้านและที่ยิม/ฟิตเนสให้เหมาะสมกับตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ควรค่อย ๆ ปรับเพิ่มสมรรถภาพร่างกายของตนเอง ไม่ควรหักโหมทำทีเดียวในช่วงแรก โดยเฉพาะการวิ่งช่วงสั้น (Interval) เพราะจะเป็นการใช้พลังงานสูงภายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ จึงอาจทำให้ร่างกายรับไม่ไหว หรือเหนื่อยง่ายอย่างรวดเร็วได้
การวัดผลการฝึกซ้อมด้วย Smart Watch

ในการเตรียมตัวเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา Hybrid Training โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องมีการปรับสมรรถภาพร่างกาย การมีสมาร์ทวอทช์เพื่อช่วยในการตรวจจับสถิติ หรือวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนและการหายใจ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมร่างกายในแบบที่ไม่หักโหมจนเกินไป โดยแนะนำเป็น Smart Watch รุ่น fēnix 8
Garmin fēnix 8 คือ สมาร์ทวอทช์เพื่อการออกกำลังกายชั้นสูง โดยสามารถเจาะจงกีฬาที่ต้องการฝึกความแข็งแรงแบบเฉพาะ พร้อมด้วยฟีเจอร์วัดคะแนนความอดทนเพื่อประเมินสมรรถภาพร่างกาย รายงานสถานะการฝึกซ้อม ช่วยกำหนดเพซการวิ่งที่เหมาะสม และยังมีฟีเจอร์ปรับการวัดอัตโนมัติเมื่อทำการออกกำลังกายหลายอย่างพร้อมกัน (Multi Sport) เพื่อให้คุณสามารถโฟกัสกับการออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องมาคอยปรับแอป Samrt Watch ที่ตอบโจทย์สำหรับการฝึกร่างกาย เพื่อเตรียมพร้อมในการแข่งขันกีฬา Hybrid Training โดยเฉพาะ
ข้อควรระวังและความเสี่ยงด้านสุขภาพขณะฝึกร่างกายก่อนแข่งขันกีฬา Hybrid Training
ขึ้นชื่อว่าการออกกำลังกายที่ต้องมีการใช้พลังงานและแรงกล้ามเนื้อ จึงอาจมีความเสี่ยงได้รับบาดเจ็บขณะฝึกซ้อมได้ ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังจากการเล่น Sled อาการปวดกล้ามเนื้อ หรืออาการบาดเจ็บที่บริเวณข้อเท้า
หากเกิดอาการบาดเจ็บขณะฝึกซ้อม แนะนำให้ทำการฟื้นฟูร่างกายทุกครั้งหลังการฝึกตามวิธีดังต่อไปนี้
- หากบาดเจ็บมาก ให้ทำการหยุดออกกำลังกายทันที หรือค่อย ๆ ลดการลงน้ำหนักบริเวณนั้น ๆ
- ทำการประคบเย็นทุก 2-3 ชั่วโมง ครั้งละ 15-20 นาที
- หากมีอาการบวม ให้ใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่บวม
- หมั่นยืดกล้ามเนื้อทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายทุกครั้ง
- ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม
- รับประทานโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เพื่อเสริมพลังงานและกล้ามเนื้อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกีฬา Hybrid Training
หากใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกีฬา Hybrid Training ลองมาดูคำถามที่พบบ่อยที่ทางเรา Garmin ได้รวบรวมมาให้แล้ว ดังนี้
1. กีฬา Hybrid Training ใช้เวลาฝึกซ้อมนานแค่ไหนถึงจะพร้อมลงแข่งขัน?
ขึ้นอยู่กับความอดทนและความแข็งแรงของสภาพร่างกาย ทั้งนี้สามารถไปเข้าร่วมการคัดเลือกก่อนลงแข่งกีฬา Hybrid Training ได้
2. สามารถฝึกกีฬา Hybrid Training ที่บ้านได้หรือไม่?
สามารถฝึกกีฬา Hybrid Training ที่บ้านได้ หากมีอุปกรณ์ที่ช่วยฝึกซ้อมได้อย่างเหมาะสม หรือการมีลู่วิ่งก็ช่วยให้ฝึกวิ่งที่บ้านได้
3. กีฬา Hybrid Training ช่วยเผาผลาญแคลอรีหรือสร้างกล้ามเนื้อได้มากแค่ไหน?
กีฬา Hybrid Trainingช่วยเผาผลาญแคลอรีและสร้างกล้ามเนื้อได้ค่อนข้างมาก เพราะกีฬา Hybrid Training เป็นกีฬาที่ต้องใช้ทั้งความอดทน ความเร็ว และความแข็งแรงในการเล่นกีฬาแต่ละแบบ
4. ควรทานอาหารหรือเครื่องดื่มแบบไหนก่อนและหลังฝึก Hybrid Training?
ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตให้เหมาะสม
5. การฝึก Hybrid Training ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ต่อสัปดาห์?
สามารถกำหนดตารางการฝึกซ้อม Hybrid Training ได้ตามความเหมาะสม โดยอาจเริ่มที่วันละ 20-40 นาที หรือ 140-280 นาทีต่อสัปดาห์
Related Blog
ทำไม weight training จึงต้องมีในแผนการซ้อม
บาลานซ์การฝึกซ้อม คือหัวใจสำคัญ
3 วิธีที่จะทำให้สมาร์ทวอทช์ Garmin ของคุณสามารถช่วยให้คุณออกกำลังกายได้