เคล็ดไม่ลับ วิธีทำความสะอาดนาฬิกา Garmin ยังไงให้ดูใหม่ตลอดเวลา
อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตสำหรับชาว Garmin ที่พลาดไม่ได้ก็คือ “เราสามารถทำความสะอาดนาฬิกาด้วยแอลกอฮอล์ได้หรือไม่” วันนี้เราเลยรวบรวมคู่มือที่ทุกคนควรรู้ในการทำความสะอาดและการบำรุงรักษานาฬิกา Garmin ด้วยตัวเองมาให้ลองเอาไปปรับใช้กัน
เริ่มจากการปรับความคิด โดยมองว่าสมาร์ทวอทช์ก็เหมือนร่างกายต้องมีช่วง “พัก” ให้เค้าบ้างเช่นกัน แต่คำว่าหยุดพักก็ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดใส่เสมอไป เพียงแค่จำเป็นต้องเข้าใจวิธีการสวมใส่ที่ถูกต้องและมีวินัยในการดูแลรักษานาฬิกา จึงจะได้ประสบการณ์การสวมที่สบายขึ้น พร้อมข้อมูลด้านสุขภาพที่แม่นยำยิ่งขึ้น

ทำความสะอาดนาฬิกาแต่ละส่วนอย่างไร?
Garmin แนะนำให้คุณทำความสะอาดนาฬิกาบ่อย ๆ โดยเฉพาะสายของนาฬิกา เพื่อลดการสะสมของเหงื่อหรือสิ่งตกค้างอื่น ๆ และป้องกันกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ หากคุณคิดว่าการทำความสะอาดนาฬิกาแต่ละครั้งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและคุณไม่ค่อยมีวินัยในการทำความสะอาด เราก็มีวิธีอื่น ๆ ที่อยากแนะนำ เช่น ทำความสะอาดนาฬิกาก่อนอาบน้ำทุกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม คุณต้องคำนึงถึงคำแนะนำและเคล็ดลับในการทำความสะอาดต่อไปนี้
สายนาฬิกา
1. สายหนังแบบแข็งหรือสายหนังแบบนิ่ม
- สายหนังเหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่แนะนำสำหรับการสวมใส่ขณะออกกำลังกายหนัก ๆ
- ในการทำความสะอาดสายหนัง ให้เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด หากมีคราบสิ่งสกปรก ให้เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ และปล่อยให้แห้งสนิทก่อนสวมใส่
- ข้อควรระวัง น้ำยาทำความสะอาดและขัดหนังอาจทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดการเปลี่ยนสี โปรดใช้ด้วยความระมัดระวัง
- หนังเป็นวัสดุที่จะเกิดความความมันวาวตามธรรมชาติ เมื่อใช้งานตามปกติ
คำแนะนำ: ไม่ควรใส่สายหนังออกกำลังกายหรือว่ายน้ำ เปลี่ยนมาใช้สายซิลิโคนแทนเมื่อต้องทำกิจกรรมที่มีเหงื่อ แล้วเปลี่ยนกลับเป็นสายหนังเมื่อไปทำงานหรือออกงาน
- ในการทำความสะอาดสายโลหะ ให้เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด หากมีคราบสิ่งสกปรก ให้เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ และปล่อยให้แห้งสนิทก่อนสวมใส่
- ห้ามใช้น้ำยาขัดโลหะหรือสารกัดกร่อนในการทำความสะอาดหรือขัดพื้นผิวของสายโลหะ เพราะอาจส่งผลต่อความเงางามของสาย
- กรุณาใช้น้ำเย็นทำความสะอาดสายรัดไนลอน คุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีค่าเป็นกลางและอ่อนโยน (สบู่ เจลอาบน้ำ ฯลฯ) เพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรกที่ฝังแน่น แล้วล้างออกให้หมดจดด้วยน้ำเปล่า และปล่อยให้แห้งสนิทก่อนสวมใส่
- ห้ามใช้แอลกอฮอล์ ห้ามใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ห้ามบิดแรง ห้ามตากแดดจัด
4. สายยางยืดซิลิโคนหรือ TPU (Thermoplastic Polyurethanes)
- ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า และปล่อยให้แห้งสนิทก่อนสวมใส่
- หากมีคราบสกปรกจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนผิวหนัง เช่น โลชั่น ครีมกันแดด ผลิตภัณฑ์ไล่แมลง วิธีทำความสะอาดสายนาฬิกาซิลิโคนที่สามารถทำได้คือ การเช็ดด้วยแผ่นแอลกอฮอล์ 70% แล้วทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า และปล่อยให้แห้งสนิทก่อนสวมใส่

การทำความสะอาดนาฬิกาบริเวณตัวเรือน
- ล้างออกด้วยน้ำหรือทำความสะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ
- สำหรับบริเวณหน้าสัมผัสที่ใช้ในการชาร์จอุปกรณ์ ให้ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออก
- ข้อควรระวัง อย่าใช้แปรงสีฟันขัดทำความสะอาดส่วนที่เป็นรูต่าง ๆ บนนาฬิกาของคุณ!
จุดที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ
- ด้านหลังเซ็นเซอร์วัดหัวใจ เซ็นเซอร์ Optical Heart Rate ด้านหลังเป็นจุดที่สะสมเหงื่อและคราบเกลือมากที่สุด ใช้น้ำล้าง แล้วเช็ดแห้ง อย่าใช้ของแข็งขูดเซ็นเซอร์เด็ดขาด
- หน้าสัมผัสชาร์จ จุดเชื่อมต่อชาร์จบริเวณด้านหลังหรือด้านข้าง ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มปัดเบา ๆ เพื่อขจัดคราบเกลือและสิ่งสกปรก ถ้าชาร์จไม่เข้า ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการทำความสะอาดจุดนี้
- ร่องรอบปุ่มกด ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มปัดเบา ๆ รอบปุ่ม ห้ามใช้เข็มหรือของแหลมแทงเข้าไปในช่อง
สำหรับคราบหนักหรือกลิ่นเหม็น
ถ้าล้างด้วยสบู่แล้วยังมีคราบหรือกลิ่น ให้ทำเพิ่ม
- วิธีแช่เบกกิ้งโซดา ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา กับน้ำอุ่น 1 แก้ว แช่สายซิลิโคน 15-20 นาที แล้วขัดเบา ๆ ด้วยแปรงสีฟัน ล้างน้ำสะอาด เบกกิ้งโซดาช่วยดูดกลิ่นและขจัดคราบที่ฝังลึก
- วิธีใช้แผ่นแอลกอฮอล์ สำหรับคราบจากครีมกันแดด โลชั่น หรือผลิตภัณฑ์กันแมลง ใช้แผ่นแอลกอฮอล์ 70% เช็ดสายซิลิโคนได้โดยตรง แต่หลังจากเช็ดแล้ว ต้องล้างด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง แล้วเช็ดแห้ง
ตารางสรุปสิ่งที่ทำได้และห้ามทำกับนาฬิกาแต่ละสาย
| วิธี | ซิลิโคน/TPU | หนัง | โลหะ | ไนลอน |
| ล้างน้ำเปล่า | ✓ | △ (หมาดๆ) | ✓ | ✓ (น้ำเย็น) |
| สบู่เหลวอ่อน | ✓ | ✗ | ✓ | ✓ |
| แผ่นแอลกอฮอล์ 70% | ✓ | ✗ | ✓ | ✗ |
| แปรงสีฟันขนนุ่ม | ✓ | ✗ | ✓ | ✗ |
| เบกกิ้งโซดา | ✓ | ✗ | ✗ | ✗ |
| น้ำยาฆ่าเชื้อ | ✗ | ✗ | ✗ | ✗ |
| สารฟอกขาว | ✗ | ✗ | ✗ | ✗ |
| น้ำยาขัดโลหะ | ✗ | ✗ | ✗ | ✗ |
| เครื่องอัลตราโซนิก | ✗ | ✗ | ✗ | ✗ |
| ไดร์เป่าผม | ✗ | ✗ | ✗ | ✗ |

7 ข้อผิดพลาดอะไรบ้างที่คนทำบ่อยเมื่อทำความสะอาดนาฬิกา?
1. ใช้น้ำยาที่แรงเกินไป
- คุณสามารถเช็ดหน้าปัดนาฬิกา สายซิลิโคน หรือสายโลหะเบา ๆ ด้วยแผ่นแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70%
- คุณสามารถใช้แผ่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อสำเร็จรูปได้ แต่ Garmin แนะนำให้คุณล้างนาฬิกาด้วยน้ำเปล่าหลังจากนั้น เพื่อเป็นการกำจัดสารเคมีที่อาจหลงเหลือจากแผ่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อสำเร็จรูป และหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองบนผิวหนังที่อาจเกิดขึ้น
- “ห้าม” ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อกับสายผ้าหรือหนัง
- “ห้าม” ทำความสะอาดนาฬิกาหรือสายรัดของคุณด้วยสารฟอกขาว หรือจุ่มลงในน้ำยาทำความสะอาดใดๆ
2. แช่นาฬิกาทั้งเรือนในน้ำยาทำความสะอาด
แม้นาฬิกาจะกันน้ำ แต่การแช่ในน้ำยาทำความสะอาดเป็นคนละเรื่องกับการแช่น้ำเปล่า สารเคมีในน้ำยาอาจซึมเข้าซีลกันน้ำและทำให้อุปกรณ์ภายในเสียหาย
3. ใช้เครื่องทำความสะอาดอัลตราโซนิก
Garmin ไม่แนะนำให้ทำความสะอาดนาฬิกาด้วยเครื่องอัลตราโซนิก เพราะคลื่นเสียงความถี่สูงอาจทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในเสียหาย ซีลกันน้ำเสื่อม หรือเซ็นเซอร์ทำงานผิดปกติ
4. ใช้แปรงแข็งหรือของมีคมขูดคราบ
อย่าใช้แปรงขนแข็ง เข็ม ไม้จิ้มฟัน หรือโลหะขูดคราบออก สิ่งเหล่านี้จะทำให้หน้าจอเป็นรอย เซ็นเซอร์เสียหาย และซีลกันน้ำชำรุด ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มเท่านั้น
5. ตากแดดหรือใช้ไดร์เป่าให้แห้ง
ความร้อนสูงทำให้ซิลิโคนแข็งตัว เปราะ และเปลี่ยนสี สายหนังจะแห้งแตก สายไนลอนจะหดตัว ควรผึ่งลมที่อุณหภูมิห้อง ไม่โดนแดดโดยตรง
6. ไม่ล้างน้ำจืดหลังว่ายน้ำทะเล
นี่เป็นข้อผิดพลาดที่ทำลายนาฬิกาเร็วที่สุด น้ำทะเลมีเกลือเข้มข้นกว่าเหงื่อหลายเท่า ถ้าปล่อยให้แห้งโดยไม่ล้าง เกลือจะกัดกร่อนทุกส่วนของนาฬิกา รวมถึงซีลกันน้ำและปุ่มกด ล้างน้ำจืดทันทีหลังจากออกจากทะเลทุกครั้ง
7. ไม่เคยถอดสายทำความสะอาด
ร่องระหว่างสายกับตัวเรือนเป็นจุดที่ซ่อนสิ่งสกปรกมากที่สุด ถ้าไม่เคยถอดสายออกล้าง คราบจะสะสมจนแข็งเป็นก้อนและทำให้สกปรกหนักขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนสายนาฬิกาใหม่?
สายนาฬิกาเป็นอะไหล่สิ้นเปลือง ไม่ว่าจะดูแลดีแค่ไหน ถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลา:
- สายซิลิโคน ผิวเริ่มเหนียว สีซีดหรือเปลี่ยนสี มีรอยแตก มีรอยฉีก ขาดความยืดหยุ่น หรือสลักล็อคหลวม โดยทั่วไปสายซิลิโคนที่ใช้ทุกวันควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน
- สายหนัง เริ่มแตกลาย กลิ่นเหม็นแม้ทำความสะอาดแล้ว สีซีดมาก หรือหลุดเป็นชิ้น ๆ
- สายโลหะ ข้อต่อหลวม ล็อคไม่แน่น หรือรอยขีดข่วนเยอะจนไม่สวย
- สายไนลอน สีซีดมาก เส้นใยเริ่มหลุดลุ่ย หรือตัวล็อคไม่แน่น
Garmin มีสายนาฬิกาให้เลือกหลากหลายทั้งซิลิโคน หนัง โลหะ และไนลอน สามารถเปลี่ยนเองได้ง่ายด้วยระบบ Quick Release
เคล็ดลับเพิ่มเติมในการดูแลและทำความสะอาดนาฬิกามีอะไรบ้าง?
1. ตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าคุณใส่ถูกต้อง
บางคนอาจเคยชินกับการใส่นาฬิกาแบบหลวม ๆ และสามารถขยับไปมาบนข้อมือได้ แต่เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องของการตรวจวัดข้อมูล เมื่อคุณใส่นาฬิกา Garmin ที่มีฟังก์ชันตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ คุณต้องใส่นาฬิกาให้อยู่ในตำแหน่งด้านนอกของข้อมือ ห่างจากข้อมือ 2 นิ้วมือและแนบไปกับผิวหนัง ระดับความแน่นควรเช็กให้แน่ใจว่าว่าเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจสัมผัสกับผิวหนัง ไม่มีช่องว่าง แต่ก็ควรระวังอย่ารัดจนแน่นเกินไปเพราะจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดได้เหมือนกัน
แนะนำให้ใช้สายรัดซิลิโคนเพื่อผลลัพธ์การวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัลที่แม่นยำที่สุด เนื่องจากสายหนัง สายโลหะ และสายไนลอนมีความยืดหยุ่นและความกระชับกับข้อมือน้อยกว่า
2. รักษาความสะอาดและความชื้น
หากพบคราบเหงื่อหลังจากการออกกำลังกาย ความชื้นหลังจากการว่ายน้ำหรืออาบน้ำ ควรรีบทำความสะอาดนาฬิกาด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งทันที การปล่อยให้นาฬิกาและสายรัดสัมผัสกับความชื้นเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองบนผิวหนังและส่งผลต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์
3. หยุดพักสักหน่อยสลับข้อมือเป็นครั้งคราว
การเปลี่ยนข้อมือที่สวมนาฬิกาเป็นครั้งคราวจะช่วยให้ผิวหนังมีพื้นที่หายใจหลังจากการสวมใส่เป็นเวลานาน และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการระคายเคืองบนผิวหนังได้อีกด้วย
4. ถอดนาฬิกาเมื่อทาครีมหรือสเปรย์
ก่อนทาครีมกันแดด โลชั่น น้ำหอม หรือสเปรย์กันแมลง ให้ถอดนาฬิกาออกก่อน รอให้ผลิตภัณฑ์ซึมเข้าผิวหนังและแห้งแล้วค่อยใส่กลับ สารเคมีเหล่านี้สามารถทำให้สายซิลิโคนเหนียว เปลี่ยนสี หรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
5. มีสายสำรอง
ถ้าคุณใช้ Garmin ทุกวัน การมีสาย 2 เส้นสลับกันใช้จะช่วยยืดอายุสายได้มาก เช่น ใช้สายซิลิโคนสำหรับออกกำลังกาย และสายหนังหรือโลหะสำหรับไปทำงาน ทั้งดูดีและถนอมสายไปพร้อมกัน
พวกเราหวังว่าวิธีทำความสะอาดนาฬิกาในข้างต้นจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนและสามารถส่งต่อประสบการณ์เมื่อสวมใส่นาฬิกา Garmin ที่ดียิ่งขึ้น แต่หากเกิดผื่น แดง หรืออาการระคายเคืองบนผิวหนัง ให้หยุดสวมใส่นาฬิกาจนกว่าอาการจะหายสนิท และหากอาการเกิดอาการซ้ำ ๆ ให้รีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที และหากสายนาฬิกาได้รับความเสียหาย โปรดเปลี่ยนสายรัดใหม่ทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
Q: ใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดนาฬิกา Garmin ได้ไหม?
A: ได้ แต่เฉพาะแผ่นแอลกอฮอล์ 70% กับสายซิลิโคน สายโลหะ และหน้าปัดเท่านั้น ห้ามใช้กับสายหนังและสายไนลอน และหลังเช็ดแอลกอฮอล์แล้ว ควรล้างด้วยน้ำเปล่าอีกครั้งเพื่อกำจัดสารเคมีตกค้าง ห้ามจุ่มนาฬิกาลงในน้ำยาทำความสะอาดใด ๆ
Q: นาฬิกาขึ้นคราบเกลือ ทำอย่างไรดี?
A: สามารถทำความสะอาดนาฬิกาโดยการล้างด้วยน้ำจืดสะอาดไหลผ่านก่อนเพื่อละลายเกลือ ถ้าคราบเกลือฝังแน่น ให้แช่สายในน้ำอุ่นผสมสบู่อ่อน 5-10 นาที แล้วใช้แปรงสีฟันขนนุ่มขัดเบา ๆ สำหรับหน้าสัมผัสชาร์จที่มีคราบเกลือ ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มปัดเบา ๆ ด้วยน้ำเปล่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกัน ล้างน้ำจืดทุกครั้งหลังออกกำลังกายหรือโดนน้ำทะเล
Q: สายซิลิโคนเหนียว ทำอย่างไร?
A: สายซิลิโคนที่เหนียวมักเกิดจากคราบครีมกันแดด โลชั่น หรือน้ำมันจากผิวหนังสะสม ล้างด้วยสบู่อ่อนผสมน้ำอุ่น แล้วขัดเบา ๆ ด้วยแปรงสีฟัน ถ้ายังเหนียวอยู่ ใช้แผ่นแอลกอฮอล์ 70% เช็ด แล้วล้างน้ำเปล่าตาม ถ้าเหนียวมากจนล้างไม่ออก อาจถึงเวลาเปลี่ยนสายใหม่
Q: ชาร์จนาฬิกาไม่เข้า เกี่ยวกับความสกปรกไหม?
A: ใช่ เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ คราบเหงื่อ คราบเกลือ หรือฝุ่นที่สะสมบนหน้าสัมผัสชาร์จ (Charging Pins) ทำให้การเชื่อมต่อไม่ดี ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มปัดหน้าสัมผัสชาร์จทั้งบนนาฬิกาและบนสายชาร์จ แล้วลองชาร์จใหม่ ส่วนใหญ่จะแก้ปัญหาได้
Q: สวมนาฬิกาแล้วผิวเป็นผื่นแดง ทำอย่างไร?
A: ถอดนาฬิกาทันทีจนกว่าอาการจะหายสนิท ทำความสะอาดนาฬิกาและสายอย่างละเอียด ตรวจว่าใส่แน่นเกินไปหรือไม่ ลองใส่หลวมขึ้นเล็กน้อย สลับข้อมือ และตรวจว่าสายมีรอยแตก ร้าว หรือเสื่อมสภาพหรือไม่ หากอาการเกิดซ้ำ ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เนื่องจากอาจเป็นอาการแพ้วัสดุ