ท่า Lat Pulldown คืออะไร เล่นแล้วได้กล้ามส่วนไหนบ้าง

ท่า Lat Pulldown คืออะไร เล่นแล้วได้ส่วนไหน? พร้อมวิธีเล่นอย่างไรให้ถูกต้อง

อยากสร้างแผ่นหลังให้ดูกว้าง แข็งแรง และได้สัดส่วนแบบ V-Shape การฝึกกล้ามเนื้อหลังให้ถูกจุดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะท่า Lat Pulldown หนึ่งในท่าพื้นฐานที่ช่วยเน้นกล้ามเนื้อหลังส่วนกว้าง และยังฝึกกล้ามเนื้อหลายส่วนของร่างกายให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะเป็นท่าที่พบได้แทบทุกฟิตเนส แต่รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการจับบาร์ ตำแหน่งลำตัว หรือจังหวะการดึง ล้วนส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกและความปลอดภัยระหว่างออกกำลังกาย บทความนี้ Garmin เลยอยากจะพาไปรู้จักว่า Lat Pulldown คืออะไร? เล่นท่านี้แล้วจะได้ส่วนไหนบ้าง พร้อมทั้งทริคดี ๆ ในการทำท่า Lat Pulldown ให้ถูกต้อง เพื่อให้การฝึกในแต่ละครั้งของคุณได้ผลลัพธ์ที่ต้องการมากยิ่งขึ้น

หัวข้อที่น่าสนใจ

ทำความรู้จักกับท่า Lat Pulldown คืออะไร?

เล่นท่า Lat Pulldown ได้ส่วนไหนบ้าง?

ท่า Lat Pulldown มีกี่แบบ?

วิธีทำท่า Lat Pulldown ให้ถูกต้อง ควรทำอย่างไร?

Lat Pulldown กับ Pull Up ต่างกันยังไง?

ข้อผิดพลาดที่คนเล่น Lat Pulldown ส่วนใหญ่ทำมีอะไรบ้าง?

คำถามที่พบบ่อย


ทำความรู้จักกับท่า Lat Pulldown คืออะไร?

ท่า Lat Pulldown เป็นท่าออกกำลังกายแบบแรงต้านที่เน้นบริหารกล้ามเนื้อปีกหลัง หรือ Latissimus Dorsi เป็นหลัก โดยอาศัยการดึงบาร์จากเหนือศีรษะลงมาหาบริเวณหน้าอก ซึ่งมีรูปแบบการเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับท่า Pull-up ซึ่งจุดเด่นของท่านี้คือผู้ที่ออกกำลังกาย สามารถปรับน้ำหนักให้เหมาะกับระดับความแข็งแรงของแต่ละคนได้

ด้วยจุดเด่นดังกล่าว ทำให้ Lat Pulldown เป็นท่าที่เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่ที่ยังดึงข้อได้ไม่เต็มที่ ไปจนถึงผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำและต้องการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง สามารถฝึกได้ทั้งกับเครื่อง Lat Pulldown โดยตรง หรือเครื่องออกกำลังกายแบบฟังก์ชันที่สามารถปรับสายเคเบิลและน้ำหนักได้ตามต้องการ

เล่นท่า Lat Pulldown ได้ส่วนไหนบ้าง?

แม้ Lat Pulldown จะเป็นท่าที่เน้นกล้ามเนื้อปีกหลังเป็นหลัก แต่ในระหว่างการดึงยังมีกล้ามเนื้ออีกหลายส่วนเข้ามาช่วยทำงานร่วมกัน ทำให้การเล่นท่านี้ได้ประโยชน์ที่ส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อหลายส่วนด้วยกัน ดังนี้

กล้ามเนื้อบทบาทหน้าที่ของกล้ามเนื้อในการดึง
Latissimus Dorsi (แลตส์)กล้ามเนื้อส่วนข้างที่ใหญ่ที่สุดของแผ่นหลัง ทำหน้าที่หลักในการหุบต้นแขนเข้าหาลำตัว (Adduction) เหยียดต้นแขนไปด้านหลัง (Extension) และช่วยหมุนต้นแขนเข้าด้านใน (Medial Rotation)
Rhomboids (กล้ามเนื้อหลังส่วนกลาง)ทำหน้าที่บีบและควบคุมสะบักให้กระชับเข้าหากันขณะที่ดึงบาร์ลงมา
Trapezius (สะบักและไหล่หลัง)ช่วยควบคุมและพยุงการเคลื่อนไหวของสะบัก โดยเฉพาะการกดและดึงสะบักในระหว่างการดึง
Biceps (ไบเซปส์)กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า ทำหน้าที่รับแรงสนับสนุนและช่วยพับข้อศอก

ท่า Lat Pulldown มีกี่แบบ?

ท่า Lat Pulldown สามารถปรับเล่นได้หลายรูปแบบตามระยะการจับ

ท่า Lat Pulldown สามารถปรับเล่นได้หลายรูปแบบ โดยเปลี่ยนระยะการจับ ทิศทางฝ่ามือ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ เพื่อให้กล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อที่ช่วยในการดึงทำงานแตกต่างกันเล็กน้อย รูปแบบที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  1. Wide Grip Lat Pulldown หรือแบบจับกว้างคว่ำมือ จับบาร์กว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อยแล้วดึงลงมาบริเวณหน้าอก เน้นการทำงานของกล้ามเนื้อ Latissimus Dorsi และช่วยพัฒนาความกว้างของแผ่นหลัง
  2. Close Grip / Neutral Grip Lat Pulldown หรือแบบจับแคบแบบฝ่ามือหันเข้าหากัน มักใช้ V-Bar ช่วยให้ดึงได้ในระยะกว้างขึ้นและจัดตำแหน่งหัวไหล่ได้เป็นธรรมชาติ เหมาะกับการฝึกกล้ามเนื้อปีกหลังพร้อมกับกล้ามเนื้อหลังส่วนกลาง
  3. Reverse Grip Lat Pulldown หรือแบบจับบาร์หงายมือ จับบาร์ประมาณความกว้างหัวไหล่แล้วดึงข้อศอกลงข้างลำตัว กล้ามเนื้อหน้าแขนจะเข้ามาช่วยมากขึ้น 
  4. Single Arm Lat Pulldown หรือแบบดึงทีละข้าง ใช้แขนข้างเดียวในการดึง ช่วยให้โฟกัสการทำงานของกล้ามเนื้อหลังแต่ละด้านได้ชัดขึ้น และเหมาะสำหรับฝึกแก้ความแข็งแรงของร่างกายซ้าย–ขวาที่ไม่สมดุล
  5. Kneeling Lat Pulldown หรือแบบคุกเข่าดึงสายเคเบิล ฝึกในท่าคุกเข่าและดึงสายเคเบิลจากด้านบน นอกจากกล้ามเนื้อหลังแล้ว กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวยังต้องทำงานเพื่อช่วยรักษาความมั่นคงตลอดการเคลื่อนไหว
  6. Straight Arm Pulldown หรือแบบดึงแขนตรง ยืนหันหน้าเข้าหาเครื่องเคเบิล เหยียดแขนเกือบตรงแล้วดึงบาร์จากด้านบนลงมาหาต้นขา ช่วยเน้นการทำงานของกล้ามเนื้อปีกหลังโดยลดบทบาทของกล้ามเนื้อหน้าแขน
  7. Underhand Close Grip Lat Pulldown หรือแบบจับแคบหงายมือ เป็นอีกรูปแบบของการจับหงายมือที่ใช้ระยะมือแคบลง ช่วยให้ข้อศอกเคลื่อนลงข้างลำตัวได้ง่ายและมีช่วงการดึงที่ยาวขึ้น โดยกล้ามเนื้อหน้าแขนจะเข้ามาช่วยในการเคลื่อนไหวมากขึ้น

วิธีทำท่า Lat Pulldown ให้ถูกต้อง ควรทำอย่างไร?

ท่า Lat Pulldown ให้ถูกต้องควรจัดท่าของตัวเองให้เหมาะสม เทรนเนอร์กำลังฝึกท่าทางให้ถูกต้อง

การทำ Lat Pulldown ให้ถูกต้องนั้น ควรให้ความสำคัญกับการจัดท่าทางและควบคุมการเคลื่อนไหว เพื่อให้กล้ามเนื้อหลังทำงานได้เต็มที่และลดแรงกดที่ไม่จำเป็นต่อหัวไหล่หรือข้อต่อ โดย Garmin ขอแนะนำทริคดี ๆ ในการทำท่า Lat Pulldown ให้ถูกต้อง ดังนี้

Lat Pulldown กับ Pull Up ต่างกันยังไง?

สำหรับท่า Lat Pulldown จะเป็นการดึงน้ำหนักจากเครื่องลงมาหาลำตัว จึงสามารถปรับน้ำหนักให้เหมาะกับระดับความแข็งแรงและควบคุมท่าได้ง่ายกว่า ในขณะที่ท่า Pull Up จะเป็นการใช้แรงของร่างกายดึงน้ำหนักตัวทั้งหมดขึ้นไปหาบาร์ ทำให้ต้องอาศัยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง แขน และแกนกลางลำตัวมากกว่า 

โดยสามารถดูความแตกต่างของทั้ง 2 ท่าแบบเข้าใจง่าย ดังตารางด้านล่างที่ Garmin สรุปมาให้ดังนี้

Lat PulldownPull Up
แรงต้านใช้น้ำหนักจากเครื่อง (ปรับได้)ใช้น้ำหนักตัวเอง
ทิศทางการเคลื่อนไหวดึงบาร์ลงมาหาลำตัวดึงลำตัวขึ้นไปหาบาร์
ระดับความยากเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นค่อนข้างยาก ต้องใช้แรงมาก
การควบคุมท่าควบคุมง่าย ปรับน้ำหนักได้ควบคุมยากกว่า ต้องใช้แรงเต็มตัว
กล้ามเนื้อที่ใช้หลัง แขน และไหล่หลัง แขน แกนกลางลำตัว
ความเหมาะสมใช้ฝึกพื้นฐานและเพิ่มความแข็งแรงใช้ทดสอบความแข็งแรงของร่างกาย

ข้อผิดพลาดที่คนเล่น Lat Pulldown ส่วนใหญ่ทำมีอะไรบ้าง?

ข้อผิดพลาดที่คนเล่น Lat Pulldown ส่วนใหญ่ทำ เช่น คุมท่าทางไม่ดี

แม้ Lat Pulldown จะเป็นท่าออกกำลังที่ดูไม่ซับซ้อน แต่หากเลือกใช้น้ำหนักมากเกินไป หรือในระหว่างทำควบคุมท่าไม่ดี อาจทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานได้ไม่เต็มที่ และเพิ่มแรงกดต่อหัวไหล่ ข้อมือ หรือหลังส่วนล่างได้ ซึ่งข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยมีดังนี้

การฝึก Lat Pulldown ให้ได้ผล ไม่ได้อยู่ที่การใส่น้ำหนักให้มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมท่าทางระหว่างฝึก เลือกน้ำหนักให้เหมาะกับตัวเอง และมีวินัยในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหลังแข็งแรงขึ้น ก็จะช่วยให้การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันคล่องตัวขึ้น พร้อมเสริมบุคลิกให้ดูดีและมั่นใจยิ่งขึ้น

และสำหรับใครที่ต้องการติดตามการฝึก Lat Pulldown และการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งอย่างเป็นระบบ ขอแนะนำ Garmin fēnix 9 Series ผู้ช่วยสำหรับการออกกำลังกายในฟิตเนส ด้วยฟังก์ชัน Gym workout logging ที่ช่วยบันทึกข้อมูลการฝึก เช่น จำนวนครั้ง จำนวนเซต และน้ำหนักที่ใช้ รวมถึงติดตามอัตราการเต้นของหัวใจและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์แสดง Muscle Map ที่ช่วยให้คุณวางแผนการฝึกโดยเน้นกลุ่มกล้ามเนื้อที่ต้องการ และ Animated Workout ที่แสดงท่าทางประกอบการออกกำลังกาย ทำให้ทำตามท่าได้ง่ายขึ้น โดยฟังก์ชันนี้ ยังรองรับใน Garmin รุ่นอื่น ๆ เช่น Venu 4 และ vívoactive 6 Series เช่นกัน

“ถึงเวลายกระดับไลฟ์สไตล์ และความแข็งแกร่งในการฝึกซ้อมของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เข้าใกล้เป้าหมายที่คุณวางไว้อีกขั้น”


คำถามที่พบบ่อย

Q: Lat Pulldown ได้กล้ามเนื้อส่วนไหนบ้าง?

A: ท่า Lat Pulldown จะเป็นท่าที่เน้นกล้ามเนื้อปีกหลัง หรือ Latissimus Dorsi เป็นหลัก พร้อมใช้กล้ามเนื้อหลังส่วนกลาง เช่น Rhomboids รวมถึงกล้ามเนื้อหน้าแขนและหัวไหล่บางส่วนเข้ามาช่วยในการดึง จึงเป็นท่าที่ช่วยพัฒนาทั้งความกว้างและความแข็งแรงของแผ่นหลัง

Q: ผู้หญิงเล่นท่า Lat Pulldown ได้ไหม จะทำให้ไหล่กว้างเกินไปหรือเปล่า?

A: ผู้หญิงสามารถเล่น Lat Pulldown ได้ และการออกกำลังกายในท่าดังกล่าวไม่ได้ทำให้ไหล่กว้างหรือกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จะเป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อแผ่นหลังส่วนบน ปีกหลัง และหัวไหล่ และยังช่วยปรับบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้นอีกด้วย

Q: เล่นท่า Lat Pulldown สัปดาห์ละกี่วัน?

A: สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มฝึกท่า Lat Pulldown ประมาณ 1–2 วันต่อสัปดาห์ โดยเว้นช่วงให้กล้ามเนื้อหลังได้พักฟื้นอย่างน้อย 1 วันก่อนฝึกซ้ำ และปรับจำนวนเซต น้ำหนัก และความหนักของการฝึกให้เหมาะกับระดับความฟิตของแต่ละคน

Q: ปวดไหล่ตอนเล่น Lat Pulldown เกิดจากอะไร?

A: อาการปวดไหล่ตอนเล่นท่า Lat Pulldown อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ใช้น้ำหนักมากเกินไป จับบาร์กว้างเกินไป ห่อไหล่ระหว่างดึง หรือควบคุมการเคลื่อนไหวไม่เหมาะสม หากรู้สึกเจ็บควรหยุดฝึกและปรับท่าหรือลดน้ำหนักก่อน หากอาการปวดยังคงอยู่ รุนแรงขึ้น หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ 

Q: ไม่มีเครื่อง Lat Pulldown สามารถเล่นที่บ้านได้ไหม?

A: สามารถประยุกต์ใช้สายแรงต้าน (Resistance Bands) แทนเครื่อง Lat Pulldown ได้ โดยยึดสายไว้กับจุดที่สูงและมั่นคง แล้วดึงลงในลักษณะเดียวกับการใช้เครื่อง ทั้งนี้ควรตรวจสอบความแข็งแรงของจุดยึดและอุปกรณ์ก่อนเริ่มฝึก