VO2 Max เท่าไหร่ถึงจะดี? มาทำความเข้าใจความฟิตของร่างกายกัน
VO2 max คือ ค่าที่ใช้บ่งบอกสมรรถภาพของระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือด เป็นตัวเลขเดียวที่สะท้อนการทำงานร่วมกันของหัวใจ ปอด ระบบไหลเวียนเลือด ไปจนถึงเซลล์กล้ามเนื้อของคุณ ไม่แปลกเลยที่ VO2 max จะเชื่อมโยงกับสุขภาพ ความแข็งแรง และอายุยืน
อย่างไรก็ตาม หลายคนมักรู้สึกว่า VO2 max เข้าใจยากในตอนแรก เมื่อต้องดูตัวเลขบนสมาร์ทวอทช์ Garmin เพราะเป็นค่าที่ประกอบด้วยตัวอักษร ตัวเลข และตัวย่อ จนอาจดูซับซ้อนเล็กน้อย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะถ้าคุณสนใจเรื่องสุขภาพจริงๆ ชื่อแปลกๆเหล่านี้สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากเลย
และเผื่อสงสัย วิธีออกเสียงคือ “วี โอ ทู แม็กซ์”
หากถามนักสรีรวิทยาการกีฬา เขาจะอธิบายว่า VO2 max คือ ปริมาณออกซิเจนสูงสุดที่ร่างกายสามารถรับ ส่ง และใช้งานได้ภายในหนึ่งนาทีระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนัก หากคุณพอคุ้นเคยอยู่แล้วก็ดีมาก แต่ถ้ายังไม่เข้าใจก็ไม่ต้องกังวล เพราะเราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าเหตุใด VO2 max จึงสำคัญ และจะตีความจากค่า VO2 Max ของตัวเองอย่างไร
ทำไม VO2 max ถึงสำคัญ?
นักสรีรวิทยาศึกษาวิธีที่ร่างกายมนุษย์ใช้ออกซิเจนมานานกว่า 100 ปี โดยพบว่าร่างกายใช้ออกซิเจนตลอดเวลา แม้ขณะพัก เมื่อเริ่มขยับหรือออกกำลังกาย ร่างกายจะใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นตามความหนักของกิจกรรม
ทำไมร่างกายต้องการออกซิเจน? เพราะออกซิเจนคือกุญแจสำคัญในการสร้างพลังงานแบบแอโรบิก (Aerobic) ซึ่งจะเปลี่ยนพลังงานที่สะสมอยู่อย่างคาร์โบไฮเดรตและไขมันให้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเซลล์กล้ามเนื้อ นี่คือเหตุผลที่ VO2 max ถูกเรียกว่า “ความสามารถในการใช้ออกซิเจน” (Aerobic Capacity) และยังเป็นสาเหตุที่นักกีฬาประเภทความทนทานทุ่มเทเวลาอย่างมากในการพัฒนาค่า VO2 max ของตนเอง
การวัด VO2 max โดยตรงต้องอาศัยห้องปฏิบัติการ หน้ากากเฉพาะทาง และเครื่องวิเคราะห์ก๊าซหายใจ ซึ่งมักทำบนลู่วิ่ง โดยเพิ่มความหนักขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับที่ร่างกายใช้ปริมาณออกซิเจนสูงสุด ถือเป็นการทดสอบที่หนักและควรทำเมื่อร่างกายพร้อมจริงๆ
แต่สมาร์ทวอทช์ Garmin สามารถ “ประเมิน” ค่า VO2 max ของคุณแบบอัตโนมัติจากข้อมูลอัตราการเต้นหัวใจ ความเร็ว และประสิทธิภาพขณะเดินหรือวิ่ง และยังรองรับการคำนวณสำหรับการปั่นจักรยานหากมีพาวเวอร์มิเตอร์ติดตั้งอยู่ด้วย
ทำความเข้าใจ VO2 max
สิ่งสำคัญที่สุดคือ: ค่า VO2 max ยิ่งสูง ยิ่งดี
เพราะยิ่งร่างกายใช้ออกซิเจนได้ดีเท่าไร ก็ยิ่งผลิตพลังงานให้กล้ามเนื้อได้มากขึ้น ซึ่งเป็นระบบพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของร่างกาย และยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง และโรคหลอดเลือดสมองที่ลดลงด้วย (ข้อมูลจาก Harvard Health Publishing)
แต่ “สูงแค่ไหนถึงเรียกว่าดี?”
สำหรับนักวิ่งมาราธอน นักไตรกีฬา หรือนักปั่นระดับแข่งขัน คำตอบคือ “ต้องสูงมากๆ” เพราะเป็นตัวชี้วัดสมรรถภาพหลัก
แต่สำหรับคนทั่วไป เราต้องดูค่าปกติ (normal range) ซึ่งอิงตามอายุและเพศ และนี่คือความท้าทาย เพราะ VO2 max เท่ากันแต่ความหมายอาจต่างกันได้
ตัวอย่างเช่น
VO2 max = 40
• อาจถือว่า “ดีมาก” สำหรับผู้หญิงอายุ 28
• อาจ “ดี” สำหรับผู้ชายอายุ 42
• และอาจ “ค่อนข้างต่ำ” สำหรับผู้ชายอายุ 20
ดังนั้น ความหมายของค่า VO2 max ต้องดู “บริบทส่วนบุคคล”
โชคดีที่แอป Garmin Connect™ แสดงเปอร์เซ็นไทล์ให้เห็นตามอายุและเพศของคุณโดยอัตโนมัติ
VO2 max ของผู้ชายและผู้หญิง
ความแตกต่างหลักมาจากองค์ประกอบร่างกาย โดยทั่วไปผู้ชายมักมีกล้ามเนื้อมากกว่า ส่วนผู้หญิงมักมีมวลไขมันมากกว่า และเพราะ “กล้ามเนื้อใช้ออกซิเจน” แต่ไขมันไม่ใช้ การมีมวลกล้ามเนื้อมากจึงทำให้ VO2 max สูงกว่าโดยธรรมชาติ
ดังนั้นโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ชายมักมีค่า VO2 max สูงกว่าผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านักกีฬาผู้ชายทุกคนจะเหนือกว่าเสมอไป นักกีฬาผู้หญิงสายความทนทานระดับท็อปสามารถมีค่า VO2 max สูงกว่าผู้ชายทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบโดยตรง ค่า VO2 max อาจยังต่ำกว่านักกีฬาผู้ชายระดับสูงที่สุด
VO2 max ที่ดีควรเป็นเท่าไรในแต่ละช่วงอายุ?
สมรรถภาพร่างกายโดยรวมมักจะดีที่สุดราวอายุ 30 ก่อนจะเริ่มลดลงตามวัย จากวิจัย Journal of the American Heart Association โดยเฉลี่ยจะลดลงประมาณ 5–10% ทุก 10 ปี และจะลดลงเร็วขึ้นหลังอายุ 70
สาเหตุหนึ่งคือเมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะลดลง ในขณะที่น้ำหนักตัวรวมอาจเพิ่มขึ้น อีกทั้งประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อและหัวใจก็ลดลง เช่น หัวใจเต้นได้ไม่เร็วเท่าเดิม และแรงบีบตัวก็ลดลง
แต่ข่าวดีคือ การลดลงของสมรรถภาพที่เกิดจากพฤติกรรมเนือยนิ่งสามารถ “ฟื้นฟูได้” ผ่านการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม คุณสามารถเพิ่ม VO2 max และทำให้รู้สึกอ่อนเยาว์และกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นได้
น้ำหนักมีผลต่อ VO2 max อย่างไร?
ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกันโดยตรง เพราะ VO2 max ที่แสดงในสมาร์ทวอทช์ Garmin คือ “ค่าแบบสัมพัทธ์” (relative VO2 max) ซึ่งคำนวณเป็นปริมาณออกซิเจนที่ใช้ได้ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
ดังนั้นถ้าน้ำหนักลดลง โดยเฉพาะไขมัน ค่า VO2 max ก็จะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ
หากอยากรู้ค่า “VO2 max แบบสัมบูรณ์” ก็สามารถคำนวณเองได้ง่าย ๆ
= VO2 max บนสมาร์ทวอทช์ × น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)
ซึ่งเปรียบเหมือนกำลังเครื่องยนต์รวมทั้งหมด แต่ก็เหมือนรถยนต์ รถที่เบากว่าและมีกำลังเท่ากันย่อมวิ่งได้เร็วกว่า
พร้อมเริ่มพัฒนาความฟิตแบบแอโรบิกของคุณไหม?
ลองเลือกสมาร์ทวอทช์ Garmin เพื่อสุขภาพที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณและเริ่มก้าวแรกได้เลยวันนี้