hello inside

ข้อมูลจากสมาร์ทวอทช์ Garmin ยกระดับอินไซต์ของผู้ใช้งานด้านสุขภาพระบบเผาผลาญร่างกายสำหรับผู้หญิง ผ่านแพลตฟอร์ม Hello Inside 

สุขภาพระบบเผาผลาญร่างกาย (Metabolic health) หรือการทำงานของร่างกายในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องเฉพาะสำหรับผู้หญิง เนื่องจากฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงชีวิต โดยงานวิจัยใหม่ ๆ  
ตอกย้ำถึงความสำคัญของสุขภาพระบบเผาผลาญร่างกายของผู้หญิงต่อการจัดการโรคเรื้อรัง1 ข้อมูลจากสมาร์ทวอทช์ Garmin จึงถูกนำมาใช้โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลเฮลท์อย่าง “Hello Inside” เพื่อช่วยให้ผู้หญิงเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยด้าน 
ไลฟ์สไตล์ เช่น อาหาร การออกกำลังกาย ความเครียด และการนอนหลับ ส่งผลต่อความเสถียรของระดับน้ำตาลในเลือดและอาการที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนอย่างไร 

Hello Inside, คือแพลตฟอร์มสุขภาพระบบเผาผลาญร่างกายสำหรับผู้หญิงที่ถูกขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งแปลงข้อมูลน้ำตาลกลูโคส2 และข้อมูลสุขภาพที่ซับซ้อนให้กลายเป็นอินไซต์แบบเรียลไทม์ที่มีความเฉพาะบุคคลสูงสำหรับผู้หญิง 

คำแนะนำที่ถูกดัดแปลงเฉพาะบุคคลจากข้อมูลของผู้ใช้งาน 

self-reported food logging

ระบบ AI ของ Hello Inside เป็นการผสานข้อมูลการติดตามและบันทึกปริมาณอาหารที่บริโภคด้วยตนเอง (self-reported food logging) การติดตามระดับน้ำตาลกลูโคสอย่างต่อเนื่อง (Continuous Glucose Monitoring: CGM) และข้อมูลจาก 
สมาร์ทวอทช์ Garmin เพื่อแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกิน การนอน การเคลื่อนไหว หรือการจัดการความเครียด ส่งผลต่อสุขภาพระบบเผาผลาญร่างกายอย่างไรในแต่ละช่วงของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ตั้งแต่ช่วงที่มีรอบเดือนจนถึงวัยหมดประจำเดือน 

“การผสานข้อมูลจากไบโอเซนเซอร์ในอุปกรณ์สวมใส่เข้ากับการติดตามระดับน้ำตาลกลูโคสอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้หญิงสามารถติดตามสุขภาพได้แบบเฉพาะบุคคลในระยะยาว ตลอดช่วงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน” นายมาริโอ ไอคล์เซเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Hello Inside กล่าว “ความร่วมมือของเรากับ Garmin ในครั้งนี้มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก เนื่องจาก Garmin ได้มอบข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง ทั้งฟีเจอร์การติดตามการนอนหลับขั้นสูง การติดตามความผันแปรของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) และการติดตามข้อมูลไบโอเมตริก ซึ่งช่วยให้เราสามารถทำความเข้าใจกระบวนการของระบบเผาผลาญได้อย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์” 

โดยสมาร์ทวอทช์ Garmin อาทิ Venu 4, Forerunner 570 และ fēnix 8 ยังช่วยเสริมข้อมูลไบโอเมตริกเพิ่มเติม เพื่อให้เห็นภาพรวมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 

จากการผสานข้อมูลการติดตามระดับน้ำตาลกลูโคสอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับข้อมูลจาก Garmin นำไปสู่การที่ Hello Inside ใช้ AI ในการส่งมอบอินไซต์และคำแนะนำเฉพาะบุคคล เพื่อปรับปรุงสุขภาพระบบเผาผลาญร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนักและสมดุลของฮอร์โมนให้กับผู้ใช้งาน โดยข้อมูลทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานสามารถลดน้ำหนักเฉลี่ย 4 กิโลกรัมภายใน 3 เดือน ผ่านการปรับสมดุลระบบเผาผลาญร่างกายแทนการจำกัดอาหารอย่างเข้มงวด และ 76% รายงานว่ามีอาการโดยรวมดีขึ้น3 

REM Deep Sleep

การนำข้อมูลไบโอเมตริกของ Garmin มาประยุกต์ใช้ ทั้งการนอนหลับ ความเครียด และอื่น ๆ 

แนวทางของ Hello Inside สะท้อนการดูแลสุขภาพที่หันมาเน้นการป้องกันและติดตามสุขภาพระบบเผาผลาญในระยะยาวมากขึ้น โดยนำข้อมูลไบโอเมตริกจาก Garmin มาหลอมรวมเข้ากับข้อมูลการติดตามระดับน้ำตาลกลูโคสอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้หญิงสามารถค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับตัวเอง และดูแลสุขภาพระบบเผาผลาญร่างกายได้ในทุกช่วงของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน 

“เมื่อนำข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุมจากสมาร์ทวอทช์ Garmin มารวมเข้ากับการติดตามระดับน้ำตาลกลูโคสอย่างต่อเนื่อง และระบบ AI ของเรา นำไปสู่ระบบสุขภาพระบบเผาผลาญร่างกายที่ครบวงจรแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกทั้งยังถูกออกแบบมาเพื่อสรีรวิทยาของผู้หญิงโดยเฉพาะ” นายมาริโอ ไอคล์เซเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Hello Inside กล่าว “นี่คือ ‘สุขภาพที่มีความแม่นยำ’ (precision health) ในระดับที่ขยายสู่ผู้ใช้ในจำนวนมากได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความร่วมมือนี้ทำให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง” 

หากต้องการทราบว่าเทคโนโลยีสมาร์ทวอทช์ Garmin และระบบนิเวศ Garmin Health มีบทบาทสำคัญต่อโซลูชันดิจิทัลเฮลท์ของคุณหรือไม่ สามารถติดต่อเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

หรือสมัครเพื่อรับข่าวสาร Garmin Health ทั้งเทรนด์ งานวิจัย และนวัตกรรมใหม่ล่าสุดได้ที่นี่ 


1Metabolic disorders like diabetes linked to female reproductive factors 

2Blood glucose variance measured by continuous glucose monitors across the menstrual cycle 

3Women achieve measurable improvements in weight, energy, and symptom management through glucose control 

4Slow-wave sleep and the risk of type 2 diabetes in humans 

5Chronic insufficient sleep in women impairs insulin sensitivity independent of adiposity changes